Back to Top

เหลียวหลังทองคำ 2015 แลหน้าทองคำ 2016

ในช่วงต้นปีแบบนี้ คำถามที่ถูกถามถึงบ่อยที่สุดสำหรับนักลงทุนและผู้ซื้อทองคำ ก็คือ “แนวโน้มทองคำในปีนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง” ในบทความนี้ ทางศูนย์วิจัยทองคำ ขออนุญาตหยิบรายงานของ World Gold Council ที่ได้กล่าวถึงภาพรวมของราคาทองคำในปี 2015 และมุมมองของปี 2016 ขึ้นมาสรุปให้ผู้อ่านฟัง ถึงแนวโน้มราคาทองคำในปีนี้กันดีกว่าครับ
    

โดยรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึงราคาทองคำในปี 2015 ไว้ว่ามีการปรับตัวลง โดยในช่วงท้ายปีราคาทองคำปรับตัวลงกว่า 11% หลังจากที่มุมมองต่อนักลงทุนต่อทองคำเป็นเชิงลบและแรงขายออกจากกองทุน ETF ทองคำกว่า 100 ตัน โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของ FED ในรอบเกือบ 10 ปีในวันที่ 16 ธ.ค. 2015 หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า แต่ทาง WGC เชื่อว่าการตอบสนองของนักลงทุนต่อเหตุการณ์ดังกล่าวไปมากแล้ว โดยแม้เงินดอลลาร์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ แต่ 1. ค่าเงินดอลลาร์ไม่ใช่ปัจจัยเพียงหนึ่งเดียวที่มีผลต่อราคาทองคำ 2. ค่าเงินดอลลาร์อาจไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาจากนักลงทุนมากนัก 
    

WGC ให้เหตุผลว่า ตลาดทองคำกว่า 90% ของอุปสงค์ทองคำมาจากนอกประเทศสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศเกิดใหม่ ซึ่งทำให้ราคาทองคำที่ไม่กำหนดราคาเป็นเงินสกุลดอลลาร์มีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาทองคำที่กำหนดเป็นสกุลเงินดอลลาร์ เช่น ทองคำในสกุลเงินของตุรกี และรัสเซีย นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากตลาดทองคำ ดังตัวอย่างในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2015 ที่มีอุปสงค์จากอินเดียและจีน เช่นเดียวกับการที่กองทุน ETF เริ่มกลับมาซื้อทองคำอีกครั้ง รวมถึงธนาคารกลางที่ซื้อทองคำเข้ามาเพิ่มในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง ท้ายสุด อุปทานของทองคำเริ่มปรับตัวลดลง 
    

สำหรับมุมมองต่อราคาทองคำในปี 2016 ของ WGC นั้นค่อนข้างเป็นเชิงบวก โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญ ดังนี้ 

1.    ค่าเงินดอลลาร์ที่อาจไม่แข็งค่ามากไปกว่านี้แล้ว : WGC ให้ความเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในปีนี้อาจไม่ส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์เหมือนปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า

-    ค่าเงินดอลลาร์ได้แข็งค่าที่สุดไปแล้วหลังจากผ่านวิกฤตดอทคอมที่เกิดในช่วงทศวรรษที่ 1980 โดยหลังจากขึ้นสู่จุดสูงสุดไปแล้ว แนวโน้มใหญ่ (Mega trend) ของค่าเงินดอลลาร์เริ่มปรับตัวลง 

-    ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีการแข็งค่าขึ้นแสดงสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไปแล้ว นอกจากนี้ การแข็งค่าที่มากไปของเงินดอลลาร์จะเป็นสัญญาณเตือนไม่ให้ FED ขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไป ซึ่งจะเกิดความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจอาจทำให้ FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อาจเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

2.    ตลาดทองคำในเอเชียยังคงขยายตัว : ทั้งการซื้อทองคำอย่างมากของธนาคารกลางจีนและจากอินเดีย รวมถึงตลาดทองคำในอินเดียเริ่มถูกจัดตั้งอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้  

3.    ความเสี่ยงของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น เพิ่มบทบาทของทองคำในแง่ของการป้องกันความเสี่ยง : จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจนทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกถูกเชื่อมโยงกัน ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงมากขึ้น จนทำให้หุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯถูกประเมินให้อยู่ในระดับที่สูง ท่ามกลางภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ พันธบัตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงได้ ทองคำจึงมีบทบาทมากขึ้นในแง่ของการป้องกันความเสี่ยง

ในหลายงานวิจัยเปิดเผยว่า ในระยะยาว การถือทองคำในพอร์ตการลงทุน 2-10% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการลงทุน โดยมีเหตุผลสำคัญ คือ ทองคำช่วยในการลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

    กรุงเทพฯ – ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนพฤศจิกายน 2560 ปรับลดลง 1.64 จุด จาก...
Friday, November 10, 2017 - 15:19
     กรุงเทพฯ-ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนตุลาคม 2560 ปรับลดลงกว่า 10 จุด หลังน...
Thursday, October 12, 2017 - 21:58
    กรุงเทพฯ-ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนกันยายน 2560 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลั...
Thursday, September 14, 2017 - 05:48
    กรุงเทพฯ-ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนสิงหาคม 2560 ปรับเพิ่มขึ้นแรง มาอยู่ที...
Monday, August 14, 2017 - 10:34